knowledge before hiring a detective

ใครจะคิดว่าเราจำเป็นต้องมาใช้บริการของนักสืบ แต่ไหนๆ ก็ต้องจ้างแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาทำงานจริง และไม่โกงเรา หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียๆ จากเหล่านักสืบที่ขึ้นชื่อว่าชอบเชิดเงินหนี หรือรับเงินไปแล้วไม่ทำงาน หรือทำงานช้า ไม่ว่าอันไหนเราก็ไม่อยากได้ทั้งนั้น ดังนั้นก่อนเราจะทำอะไรลงไปต้องทำการบ้านให้ดีก่อนเกี่ยวกับคนที่เราจะจ้าง และความเสี่ยงต่างๆ ที่เราจะต้องยอมรับมัน ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้กันก่อนว่าพวกเขาทำอะไรกันบ้าง

หน้าที่ของนักสืบคือการตามสืบรวบรวมพยาน และหลักฐานต่างๆ ของผู้ว่าจ้างในคดีที่ได้รับมอบหมาย แต่ส่วนใหญ่เราจะรู้กันดีว่าพวกเขามักจะได้ตามจับชู้เสียมากกว่า แต่จริงๆ แล้วมันมากกว่านั้นเยอะ งานของพวกเขามีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่าต้องไปทำอะไร และอาจถูกจับได้ ดังนั้นค่าจ้างจึงรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลูกทีม และค่าความเสี่ยง บางบริษัทเรียกเงินไม่ต่างกับค่าทนาย แต่เมื่อเทียบกับความสำคัญของหลักฐานที่จะได้ก็คงคุ้มค่า

ดังนั้นหากไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน ควรเลือกบริษัทนักสืบเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ อย่างน้อยก็มีออฟฟิศที่เป็นหลักแหล่ง เพราะติดต่อได้ง่าย งานสืบเป็นงานที่ต้องประสานงานกันระหว่างผู้ว่าจ้าง สำหรับบริษัทเอกชนจะมีเจ้าหน้าที่ทำงานประสานตลอดเวลา มีการจัดรูปคดีเป็นระบบ สามารถติดตามงานได้ง่ายและมีสัญญาว่าจ้างที่ชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วงานสืบจะผู้จ้างจ่ายเงินจำนวนเต็มตามที่ตกลงเอาไว้ แต่เราสามารถขอต่อรองเป็นมัดจัดไว้ก่อนครึ่งหนึ่งเพื่อความสบายใจ อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะยอมหรือไม่ แต่ถ้าเราไม่สบายใจก็อาจเปลี่ยนไปบริษัทอื่นแทนก็ได้

ถ้าหากคุณมีเงินจ้างบริษัทใหญ่ๆ ไม่พอ สิ่งที่เราแนะนำได้คือการจ้าง “นักสืบอิสระ” บุคคลเหล่านี้จะเป็นคนที่ทำงานคนเดียว หรือทำงานเป็นทีม สามารถหาติดต่อได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งขอบอกไว้ก่อนว่ามันมีความเสี่ยงมากกว่านักสืบเอกชนมาก แต่ข้อดีคือค่าใช้จ่ายจะไม่สูงกว่า สิ่งที่ควรระวังคือการเบิกยิบย่อย ดังนั้นควรทำสัญญาว่าจ้างให้ชัดเจน เช่นระยะเวลาในการสืบไม่เกินกี่เดือน จะได้ไม่มาปวดหัวทีหลัง ก่อนจ้างให้เราทำการบ้านซักนิดว่าประวัติคนที่เราจ้างเป็นยังไง ถามถึงเรื่องคดีก่อนๆ การงานในปัจจุบันมีรับงานบ่อยมากแค่ไหน จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย สุดท้ายทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง และแน่นอนว่างานนี้จะไม่ได้หมดเงินไปน้อยๆ แน่